วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

การเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi


คุณสามารถเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi เพื่อให้แท็บเล็ตจำเครือข่ายพร้อมด้วยข้อมูลรับรองความปลอดภัยต่างๆ และเชื่อมต่อเครือข่ายโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณ นอกจากนี้ คุณต้องเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi ไว้สำหรับการเชื่อมต่อ หากเครือข่ายนั้นไม่เผยแพร่ชื่อ (SSID) หรือเพื่อเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi เมื่อคุณอยู่นอกระยะสัญญาณ
หากต้องการใช้เครือข่ายที่ได้รับการป้องกัน คุณจะต้องติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายเพื่อรับทราบว่า เครือข่ายนั้นใช้วิธีการป้องกันแบบใดและรับรหัสผ่านหรือข้อมูลรับรองความปลอดภัยอื่นๆ ที่จำเป็น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งใบรับรองความปลอดภัย โปรดดูการใช้งานใบรับรองความปลอดภัย
  1. เปิด Wi-Fi หากยังไม่ได้เปิด หากคุณเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi ไว้เมื่อตั้งค่าแท็บเล็ตครั้งแรก Wi-Fi จะเปิดโดยอัตโนมัติ
  2. ในหน้าจอการตั้งค่า Wi-Fi ให้แตะ เพิ่มเครือข่าย Wi-Fi (อยู่ด้านล่างสุดของรายการเครือข่ายที่พบ)
  3. ป้อน SSID (ชื่อ) ของเครือข่าย ป้อนรายละเอียดด้านความปลอดภัยหรือการกำหนดค่าเครือข่ายอื่นๆ หากจำเป็น
  4. แตะ บันทึก
ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายจะถูกบันทึกไว้ และในครั้งต่อไปที่คุณอยู่ในระยะสัญญาณของเครือข่ายนี้ แท็บเล็ตจะเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ

การลบเครือข่าย Wi-Fi

คุณสามารถลบรายละเอียดเครือข่าย Wi-Fi ที่คุณเพิ่มลงในแท็บเล็ตได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่ต้องการให้แท็บเล็ตเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยอัตโนมัติ หรือหากเครือข่ายนั้นเป็นเครือข่ายที่คุณไม่ได้ใช้งานแล้ว
  1. เปิด Wi-Fi หากยังไม่ได้เปิด
  2. ในหน้าจอการตั้งค่า Wi-Fi ให้แตะที่ชื่อเครือข่าย
  3. แตะ ไม่จำ ในช่องโต้ตอบที่เปิดขึ้น

การตั้งค่านโยบายการยกเลิกการเชื่อมต่อ Wi-Fi

โดยค่าเริ่มต้น แท็บเล็ตจะยกเลิกการเชื่อมต่อ Wi-Fi เมื่อปิดหน้าจอและจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายข้อมูลโทรศัพท์มือถือแทน เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ และจะกลับมาเชื่อมต่อกับ Wi-Fi อีกครั้งเมื่อคุณปลุกแท็บเล็ต
คุณสามารถเปลี่ยนนโยบายนี้เพื่อให้แท็บเล็ตยังคงเชื่อมต่อกับ Wi-Fi อยู่ในขณะต่อกับเครื่องชาร์จ (เมื่อไม่กลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว) หรือไม่ยกเลิกการเชื่อมต่อ Wi-Fi เลย ซึ่งเป็นการลดการใช้งานข้อมูลเครือข่ายมือถือ แต่อาจทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลง
  1. ในหน้าจอการตั้งค่า Wi-Fi ให้แตะ นโยบายการยกเลิกการเชื่อมต่อ Wi-Fi
  2. แตะที่นโยบายที่คุณต้องการ

การเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi


Wi-Fi คือ เทคโนโลยีเครือข่ายแบบไร้สายที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในระยะห่างไม่เกิน 100 เมตร โดยขึ้นอยู่กับเราเตอร์ Wi-Fi และบริเวณโดยรอบ
ในการใช้ Wi-Fi บนแท็บเล็ต คุณต้องเชื่อมต่อกับจุดเข้าใช้งานแบบไร้สาย หรือ "ฮอตสปอต" ฮอตสปอตบางจุดเป็นแบบเปิด ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อได้โดยง่าย แต่บางจุดจะมีคุณลักษณะความปลอดภัยเพิ่มเติม ดังนั้นคุณจึงต้องกำหนดค่าแท็บเล็ตเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้
ระบบสำหรับรักษาความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ Wi-Fi มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงประเภทที่ใช้ใบรับรองความปลอดภัยหรือวิธีการอื่นๆ เพื่อใหผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะเชื่อมต่อได้ โปรดดูการใช้งานใบรับรองความปลอดภัย
ปิด Wi-Fi เมื่อไม่ได้ใช้งานเพื่อยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ในระหว่างการชาร์จแต่ละครั้ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าได้ว่าต้องการให้ยกเลิกการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi เมื่อแท็บเล็ตอยู่ในโหมดสลีปหรือไม่
แถบสถานะจะมีไอคอนแสดงสถานะ Wi-Fi อยู่
ไอคอนสถานะเครือข่ายจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหากคุณได้เพิ่มบัญชี Google ลงในแท็บเล็ต และแท็บเล็ตของคุณเชื่อมต่ออยู่กับบริการต่างๆ ของ Google สำหรับการซิงค์ Gmail กิจกรรมในปฏิทิน ผู้ติดต่อ หรือสำหรับการสำรองข้อมูลการตั้งค่าของคุณ และอื่นๆ หากคุณไม่มีบัญชี Google หรือเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ไอคอนเครือข่ายจะเป็นสีเทา
  •  เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi อยู่ (รูปคลื่นจะแสดงความแรงของสัญญาณ)
  • การแจ้งเตือนที่แสดงว่ามีเครือข่าย Wi-Fi แบบเปิดอยู่ในระยะสัญญาณ
  • การเปิดและเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi

    หากคุณเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi ในตอนที่ตั้งค่าแท็บเล็ตเป็นครั้งแรก Wi-Fi จะเปิดโดยอัตโนมัติ คุณจึงสามารถข้ามไปที่ขั้นตอนที่ 4 ได้
    1. เปิดแอปพลิเคชันการตั้งค่า
    2. แตะ ไร้สายและเครือข่าย > การตั้งค่า Wi-Fi
    3. เลือก Wi-Fi เพื่อเปิด แท็บเล็ตจะสแกนหาเครือข่าย Wi-Fi ที่มีให้บริการ และแสดงชื่อเครือข่ายที่พบ เครือข่ายที่มีการป้องกันจะมีไอคอนแม่กุญแจแสดงอยู่ หากแท็บเล็ตพบเครือข่ายที่คุณเคยเชื่อมต่อมาก่อน แท็บเล็ตจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายนั้น
    4. แตะเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อ
    หากเครือข่ายนั้นเป็นเครือข่ายแบบเปิด คุณจะได้รับแจ้งให้ยืนยันว่าคุณต้องการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยแตะที่ เชื่อมต่อ
    หากเครือข่ายนั้นเป็นเครือข่ายที่มีการรักษาความปลอดภัย คุณจะได้รับแจ้งให้ป้อนรหัสผ่านหรือข้อมูลรับรองอื่นๆ (สอบถามรายละเอียดจากผู้ดูแลระบบเครือข่าย)
    คุณจะได้รับที่อยู่เครือข่ายจากเครือข่ายนั้นๆ โดยใช้โปรโตคอล DHCP อยู่แล้วโดยค่าเริ่มต้น
    คุณสามารถแตะ DHCP เพื่อเปลี่ยนการตั้งค่า IP เป็น คงที่ เพื่อให้คุณสามารถป้อนที่อยู่และรายละเอียดเครือข่ายอื่นๆ ด้วยตนเองได้ หากคุณหรือผู้ดูแลระบบเครือข่ายต้องการ หากคุณเลือกป้อนรายละเอียดด้วยตนเอง คุณต้องป้อนข้อมูลต่อไปนี้:
    • ที่อยู่ IP ของแท็บเล็ตที่ถูกต้องและเป็นเอกลักษณ์สำหรับเครือข่าย Wi-Fi ของคุณ
    • เกตเวย์ของเครือข่าย
    • รหัสเครือข่าย (ตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 32 เช่น 24 สำหรับเครือข่าย Class C, 16 สำหรับเครือข่าย Class B หรือ 8 สำหรับเครือข่าย Class A)
    • เซิร์ฟเวอร์ DNS ของเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งเซิร์ฟเวอร์
    เมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายแล้ว คุณจะสามารถแตะชื่อเครือข่ายในหน้าจอการตั้งค่า Wi-Fi เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับความเร็ว การรักษาความปลอดภัย ที่อยู่ และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องได้

    การแก้ไขวิธีการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi

    คุณสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านและการตั้งค่าเครือข่ายสำหรับเครือข่าย Wi-Fi ที่อยู่ในการตั้งค่า Wi-Fi ได้
    1. แตะเครือข่ายในรายการค้างไว้
    2. แตะ แก้ไขเครือข่าย ในช่องโต้ตอบที่เปิดขึ้น
    3. เปลี่ยนการตั้งค่าที่คุณต้องการ
    4. แตะ บันทึก

    การกำหนดค่าพร็อกซีสำหรับเครือข่าย Wi-Fi

    ผู้ดูแลระบบเครือข่ายบางรายอาจต้องการให้คุณเชื่อมต่อกับทรัพยากรเครือข่ายภายในหรือภายนอกผ่านทางพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย Wi-Fi ที่คุณเพิ่มจะไม่ถูกกำหนดค่าให้เชื่อมต่อผ่านทางพร็อกซีโดยค่าเริ่มต้น แต่คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้สำหรับแต่ละเครือข่าย Wi-Fi ที่คุณเพิ่มได้
    เบราว์เซอร์จะใช้การตั้งค่าพร็อกซีแต่แอปพลิเคชันอื่นๆ อาจจะไม่ใช้
    1. แตะเครือข่ายค้างไว้ในรายการเครือข่าย Wi-Fi ที่คุณเพิ่ม
    2. แตะ แก้ไขเครือข่าย ในช่องโต้ตอบที่เปิดขึ้น
    3. หากเครือข่ายนั้นไม่มีการตั้งค่าพร็อกซี ให้แตะการตั้งค่าพร็อกซีเป็น ไม่มี และแตะ ป้อนเอง ในเมนูที่เปิดขึ้นป้อนการตั้งค่าพร็อกซีที่จำเป็นสำหรับเครือข่ายของคุณ:
      • ชื่อโฮสต์ของพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์
      • พอร์ตที่พร็อกซีเซิร์ฟเวอร์จะใช้ในการเชื่อมต่อ
      • โดเมนใดๆ ก็ได้ที่คุณต้องการให้เชื่อมต่อโดยตรง โดยไม่ใช้พร็อกซีเซิร์ฟเวอร์
      คุณอาจต้องสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งค่าเหล่านี้จากผู้ดูแลระบบเครือข่าย
    4. แตะ บันทึก
    การตั้งค่าพร็อกซีจะใช้ได้กับเครือข่าย Wi-Fi ที่คุณมีการแก้ไขเท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าพร็อกซีสำหรับเครือข่าย Wi-Fi อื่นๆ คุณต้องเปลี่ยนทีละเครือข่าย

    การรับการแจ้งเตือนเมื่อมีเครือข่ายแบบเปิดอยู่ในระยะสัญญาณ

    โดยค่าเริ่มต้น เมื่อเปิด Wi-Fi คุณจะได้รับการแจ้งเตือนในแถบสถานะเมื่อแท็บเล็ตพบเครือข่าย Wi-Fi แบบเปิด
    1. เปิด Wi-Fi หากยังไม่ได้เปิด
    2. ในหน้าจอการตั้งค่า Wi-Fi ให้เลือก การแจ้งเตือนเครือข่าย คุณสามารถยกเลิกตัวเลือกนี้เพื่อหยุดรับการแจ้งเตือนได้

    การรักษาความปลอดภัยในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


    ควรมีการตรวจจับไวรัสในข้อมูลหรือโปรแกรมทุกๆ อย่างที่นำมาจากอินเทอร์เน็ตโดยติดตั้งโปรแกรมตรวจจับไวรัส
    ที่เครื่องคอมพิวเตอร์  และควรให้โปรแกรมตรวจจับไวรัสทำงานอยู่เสมอๆ สำหรับการใช้งานโปรแกรมตรวจจับไวรัส
    นั้นควรมีการปรับปรุงอยู่เสมอๆเพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจจับไวรัสใหม่ๆ ได้ด้วย
    ข้อแนะนำเบื้องต้นในการใช้คอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอย่างปลอดภัยมีดังนี้  - เมื่อเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ควรปรึกษาผู้ใหญ่เกี่ยวกับแนวทางในการ ใช้ในการใช้อินเทอร์เน็ตต่อวัน
    และเมื่อผู้ใช้มีความรู้ และคุ้นเคยในการใช้งานจริงบ้าง แล้ว จึงค่อยปรับเปลี่ยนแนวทางในใช้เวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต
    ให้เหมาะสมต่อไป และ ควรเขียนแนวทางในการใช้อินเทอร์เน็ตติดไว้ใกล้กับคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกใน
    การจัดระบบการใช้อินเทอร์เน็ต
    -อย่าให้รหัสลับแก่ผู้อื่น
    -ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนทุกครั้งที่จะทำการลงทะเบียนใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต
    -ไม่ควรให้ข้อมูลใด ๆ กับผู้ที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับระบบรักษา ความปลอดภัย สำหรับนิสิตผู้ใช้
    -ไม่ควรให้ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์กับบุคคล ที่ไม่เคยรู้จักตัว
    -ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากแหล่งข้อมูลที่ไม่รู้จัก หรือถ้าได้รับโปรแกรม ที่ส่งมาให้ทดลองจากคนไม่รู้จัก
    ไม่ควรที่จะเรียก รันบนเครื่องคอมพิวเตอร
    -ไม่เปิดเครื่องที่ login ค้างไว้ โดยที่ตัวเองไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน
    -ควรมีการสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
    -ทำสำเนาข้อมูลไว้อย่างสม่ำเสมอ
    -อย่าเปิดเอกสารหรืออีเมลล์หรือไฟล์ จากบุคคลอื่นที่ไม่รู้จัก เพราะอาจมีไวรัส หรือข้อมูลไม่เหมาะสม
     มากับเอกสารหรืออีเมลล์

    การป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัส


    ไวรัส (Viruses) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้แพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่นๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไวรัสจะแพร่กระจายตัวเองอย่างรวดเร็วไปยังทุกไฟล์ภายในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำให้ไฟล์เอกสารติดเชื้ออย่างช้าๆ แต่ ไวรัสจะไม่สามารถแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ด้วยตัวเอง
    โดยทั่วไปเกิดจากการที่ผู้ใช้เป็นพาหะ นำไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง เช่นเวลาที่ส่ง e-Mail โดยแนบเอกสาร หรือไฟล์ที่มีไวรัสไปด้วย, การทำสำเนาไฟล์ที่ติดไวรัสไปไว้บนไฟล์เซริฟเวอร์, การแลกเปลี่ยนไฟล์โดยใช้แผ่นดิสก์เก็ต เมื่อผู้ใช้ทั่วไปรับไฟล์ หรือดิสก์มาใช้งาน ไวรัสก็จะแพร่กระจายภายในเครื่อง และจะเป็นวงจรในลักษณะนี้ต่อไป
    แม้ว่าจะมีไวรัสหลายพันชนิด แต่ไวรัสส่วนใหญ่อยู่ในห้องทดลองคอมพิวเตอร์ มีไวรัสเพียงประมาณ 500 กว่าชนิดที่ยังอาละวาดอยู่ และส่วนใหญ่ไวรัสเหล่านี้แทบจะไม่มีอันตรายต่อคอมพิวเตอร์และข้อมูล เพียงแต่อาจจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงด้วยการแย่งใช้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีวิธีง่ายๆที่จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์และข้อมูลจากไวรัส
  • ใช้โปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส (anti-virus) อย่างไรก็ตามไม่มีโปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส โปรแกรมใดสมบูรณ์แบบการเตือนที่ผิดพลาดว่ามีไวรัสก่อให้เกิดความรำคาญพอๆกับตัวไวรัสเอง
    อย่าลืมว่าจะต้อง update โปรแกรมที่ใช้ตรวจจับและกำจัดไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมถึง ไวรัสชนิดใหม่ๆ
  • scan ทุกไฟล์บนดิสก์และ CD-ROM ก่อน นำลง hard disk
  • scan ทุกไฟล์ที่ download มาจาก internet
  • scan ไฟล์หรือโปรแกรมที่ติดมากับ e-mail ก่อนที่จะเปิดอ่านหรือเก็บลงบน hard disk
  • เก็บเอกสารในรูปของ ASCII Text Mode หรือ Rich Text Format (RTF) โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้ ร่วมกันบน network   ทั้งสอง  format  จะไม่ save ส่วนที่เป็น macro  ลงพร้อมกับเอกสารด้วยซึ่งทำให้ปลอดภัยจาก macro viruses
  • back up ข้อมูลและโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอและที่สำคัญอย่าเก็บ back up ไว้ใน hard disk อันเดียวกันกับข้อมูลและโปรแกรมจริง
  • สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากฟลอปปีดิสก์
  • ป้องกันการเขียนให้กับฟลอปปีดิสก์
  • อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น
  • เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใหม่และมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคนละบริษัท
  • เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วง ๆ
  • เรียกใช้โปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูทุกครั้ง เลือกคัดลอกซอฟแวร์เฉพาะที่ถูกตรวจสอบแล้วใน บีบีเอส
  • เตรียมฟลอปปีดิสก์ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสขึ้นมาทำงานได้ เมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น
  • ปัญหาและข้อควรระวังในการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


    ข้อควรระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
    ใ
    นสังคมอินเทอร์เน็ตนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีเช่นเดียวกับสังคมทั่วไปผู้ที่ไม่ระมัดระวังจึงอาจถูกล่อลวงไปในทางที่ผิด
    หรือก่อให้เกิดอันตรายได้ฉะนั้นเยาวชนไทยควรเรียนรู้ปัญหาและวิธีป้องกันตนเองจากภัยอันตรายเหล่านี้จากผู้ 
    ใช้อินเทอร์เน็ตควรยึดถือปฏิบัติ  ดังนี้
    1. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว  เช่น  ที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์  ชื่อโรงเรียนของตนให้แก่บุคคลอื่นที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต
    2. หากพบข้อความหรือรูปภาพใดๆบนอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะหยาบคายหรือไม่เหมาะสมควรแจ้งใหผู้ปกครองทราบทันที่
    3. ไม่ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน  และหากผู้ปกครองอนุญาต
    ก็ควรไปพร้อมกับผู้ปกครอง และควรไปพบกันในที่สาธารณะ
    4. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งใดๆ ให้บุคคลที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
    5. ไม่ตอบคำถามหรือต่อความกับผู้ที่สื่อข้อความหยาบคาย  และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที่
    6. ควรคารพต่อข้อตกลงในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ให้กับผู้ปกครอง เช่น กำหนดระยะเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต 
    เว็บไซต
    ์
    ์ที่ผู้ปกครองอนุญาตให้เข้าได้
    ในด้านข้อเสีย  แพทย์พบว่าการเล่นเกมติดต่อกันครั้งละนานๆ  มีผลเสียต่อสุขภาพปัญหาที่พบบ่อยคือ  อาการล้าของสายตา
     กล้ามเนื้อที่แขน  คอ  ไหล่ และหลัง นอกจากนี้ยังพบอาการ ลมชัก ปวดศีรษะ  ประสาทหลอน  บางรายมีอาการรุนแรง
    เข้าขั้นประสาทและกล้ามเนื้อบางส่วนเสื่อมสภาพไปและเชื่อกันว่าการติดเกมเป็นสาเหตุทางอ้อมของโรคอ้วน  เด็กบางคน
    ที่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไป จนไม่สนใจเพื่อนๆ  และสังคมรอบข้าง ในที่สุดจะกลายเป็นคนขี้อายและตัดขาดจากสังคม
    ปัญหาอีกประการหนึ่งเกิดจากเกมประเภทที่มีการใช้ความรุนแรงเกมประเภท
    นี้ทำให้เด็กมีนิสัยก้าวร้าว เข้ากันกับเพื่อนๆ  ไม่ได้ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของครูและผู้ปกครองจะต้องชี้แน ะให้เด็กรู้
    ู้ถึงข้อดีและข้อเสียของการเล่มเกม  และแนะนำให้เด็กรู้จักเลือกเกมที่ให้ประโยชน์มากกว่าความสนุกเพียงอย่างเดียว

    ปัญหาและข้อควรระวังในการใช้อินเทอร์เน็ต


    ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันสูงมาก จนทำให้วิถีการทำงาน และการดำเนินชีวิตของคน
    เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้คนจำนวนไม่น้อยใช้เวลาในโลกของการออนไลน์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พอ ๆ กับที่ใช้เวลาทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกจริง หรือหลายคนอาจจะมากกว่า อินเทอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายเปิดที่ใครๆ
    ก็สามารถเข้าไปใช้งานได้  จึงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการใช้งานของผู้ที่จะเข้าไปใช้อินเทอร์เน็ตได้
    มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต   เรียกว่าบัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ตก็ได้  
    โดยอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
    • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น
    • ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
    • ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
    • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
    • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
    • ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
    • ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
    • ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
    • ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
    • ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท

    ความปลอดภัยในการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย


    1. เรื่องใกล้ตัวของการตั้ง Password ประตูด่านแรกที่จะทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายได้ ก็คือรหัสและรายชื่อผู้ใช้งาน แต่สิ่งเหล่านี้กับถูกละเลย บางท่านให้ความสำคัญกับการตั้งรหัสและชื่อมาก แต่ไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ ตั้งชื่อที่จำยาก (เป็นสิ่งที่ดีครับ) แต่ผู้ใช้ต้องจำให้ได้ และอย่าได้เที่ยวไปวางทิ้งให้ใครต่อใครได้เก็บเอาไปใช้ล่ะ การตั้งชื่อและรหัสที่ดี ควรใช้ตัวเลขและสัญลักษณ์ตลอดจนตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมเข้าไปด้วยที่สำคัญไม่ควรจะต่ำกว่า 8 ตัว ยกตัวอย่างเช่น “e@3wer_01q5” เป็นต้น
    2. เรื่องใกล้ตัวของการใช้งาน Wifi เคยสงสัยไหมว่า...ทำไมเมื่อเวลาเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่จำพวก Pocket PC, PC Mobile และอย่างโทรศัพท์มือถือ กลับทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติทั้งที่ชาร์จแบตเตอรี่ไว้เต็มก็ตาม หากคุณไม่อยากให้เกิดปัญหาเหล่านี้เมื่อไม่ใช้งานก็ควรที่จะปิดการใช้ระบบดังกล่าวซะ นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้วยังไม่เสี่ยงด้วย ส่วนเรื่องที่ผมบอกว่าเป็นความเสี่ยง ผมขอยกเหตุการณ์ใกล้ๆตัวขึ้นมาอีกนิดก็แล้วกัน คุณทราบหรือไม่ว่าการเปิดไวไฟ (Wifi) มีความเสี่ยงเรื่องของระบบความปลอดภัยที่สามารถทำให้แฮกเกอร์เข้ามาเจาะข้อมูลของคุณได้อย่างสบาย เมื่อคุณทำการเปิดระบบนี้ขึ้นมา mode ad hoc Network จะมีการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ทันที และสามารถทำการรับส่งข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้สื่อบันทึกข้อมูลใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็น CD, USB, Flash Drive เป็นต้น เพียงแค่ผู้ใช้และผู้เจาะระบบปรับสัญญาณเข้ามาตรงกัน เปรียบเสมือนการเปิดวิทยุและทำการหมุนหาคลื่น หากคลื่นตรงกับสถานีคุณก็จะได้ยินเสียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนจัดรายการ หรือเสียงเพลงต่างๆ เป็นต้น
    3. เกราะป้องกันอย่าง Firewall เป็นเรื่องสำคัญมากครับ ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ายังสามารถใช้งานได้ เพื่อป้องกันการเจาะระบบ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ใช้ในเรื่องของ Wireless ก็ตาม แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็ยังต้องการให้มีสิ่งปกป้องและกันภัยเสมอ จงอย่าละเลยสิ่งนี้เป็นอันขาด
    4. การเปิดแชร์ไฟล์ และเครื่องพิมพ์ อันนี้ถือว่ามีความเสี่ยงมาก จะทำให้ใครหลายๆคนที่อาจจะเป็นคนในองค์กรก็ดี หรือไม่ใช่ก็ตามแต่มีความรู้ในการเจาะเข้าระบบสามารถเข้ามาแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ควรจะ Disable Sharing ทุกครั้งเมื่อไม่ต้องการใช้งานอย่าเปิดฟรีตลอดเวลา
    5. ความเสี่ยงการรับส่งข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายโดยไม่มีการป้องกัน ซึ่งอาจจะทำให้ใครก็ได้มาดักรับข้อมูลที่ทำการรับส่งอยู่ขณะนั้นไปโดยที่ต้นทางและปลายทางไม่ได้ทันระวังตัว
    6. การใช้ Remote Access การสั่งงานเครื่องระยะไกล อันนี้ถือว่าสะดวกกับใครหลายๆคนเลยนะครับ อยู่ ณ.ที่แห่งหนตำบลใดก็สามารถสั่งงานได้ เพื่อไม่ให้มีข้อมูลที่สำคัญๆ วิ่งผ่านเครือข่ายไปมาก็จะมีบางบริการที่จะช่วยในการใช้บริการเชื่อมต่อและสร้าง SSL Tunnel เข้าไปใช้งานที่บ้าน หรือสำนักงานก็ตาม และไม่มีการส่งข้อมูลนั้นตรงๆ มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น PC, Notebook ซึ่งจะทำให้มีความปลอดภัยสูง ซึ่งโอกาสที่จะถูกลักขโมยข้อมูลได้น้อยมาก
    บทสรุป “ความปลอดภัยในการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย”
    ข้อสรุปหนึ่งที่ผมคงฝากทิ้งท้ายคุณผู้อ่านไว้ก็คือ การฝึกเป็นคนช่างสังเกตต่อสถานการณ์และต่อปัญหาจะช่วยเพาะบ่มแนวทางการแก้ไขปัญหาเปรียบเสมือนกับการลับคมสมองให้มีความเฉียบคมอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะเผชิญปัญหาและรับมือได้อย่างทันท่วงที แล้วพบกันใหม่กับสาระดีๆ กันในตอนหน้า สวัสดีครับ